RIP น้องออม จากเหตุที่คาดไม่ถึง

 

ไปอ่านมาจากห้องชานเรือน คัดลอกมาอีกทีค่ะ เรื่องแค่น้อยนิดแต่ไม่คิดว่าจะทำให้ลูกตายได้ ควรอ่านไว้นะคะสำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่าน

http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N9175835/N9175835.html

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่เกิดกับเพื่อนของเพื่อนเราอีกที
เพื่อนเราโทรมาเล่า แล้วก็เอาไปเขียนลงไดของเค้า
เราเลยขอคัดลอกมาลงให้อ่านบางส่วนที่นี่อีกทีนึง
เพื่อนเป็นอุทาหรณ์ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกๆ ท่านค่ะ

ต่อไปนี้เป็นข้อความที่เราคัดลอกมาค่ะ


คือเราได้มีโอกาสรู้จัก รุ่นพี่ที่ทำงานของพี่xxx
พี่คนนี้เป้นคนนิสัยดีแต่เป็นคนรักการทำงาน มาก และด้วยการทำงานที่ต้องบินไปมา
ไม่แน่นอนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบ ครัวมากนัก
ปีนี้ลุกชายคนเดียวของพี่เค้า คือน้องออม เพิ่งจะสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังที่หลายๆคนอยาก
เข้าในแถบ ชลบุรีได้ เลยขอพ่อว่า เออ...ขอไป ตปทได้ไหม
แต่เวลาของคุณพ่อก็ไม่มีเลยเชียว ตารางเต็มไปหมดเลยขอผลัดไปปีหน้าแล้วกันนะ

น้องออมก็เลยต้องอยู่บ้าน ช่วงปิดเทอม พร้อมกับญาติๆเมื่อต้นเดือนเมย.ญาติๆของน้องออม
อยากไป เที่ยว ทะเลกรุงเทพเลยตกลงใจมาเที่ยวที่ละเลกรุงเทพ
และเป้นจุดเริ่มต้น ของเหตุการณ์นี้


วันนั้น น้องออมเล่นน้ำกับญาติๆอย่างมีความสุข
ในสวนน้ำขนาดใหญ่ที่พูดกันตรงๆว่า ไม่มีการรักษาความสะอาดเลย
คนมาตำส้มตำมาปิ้งย่างมา สารพัดจะมาน่ะ
ด้วย ความที่เป้นดช.ร่างกายแข็งแรงร่าเริงก็เล่นโดยไม่คิดอะไร
และค่อนข้างโลด โผนจนน้องเกิดการสำลักน้ำ แต่ก็เป้นเหตุการณ์ปรกติ
ที่เด็กเล่นน้ำจะ สำลักน้ำ ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีจนกระทั่งคืนนั้น


น้องออมมีอาการตัวร้อน และปวดหัว จนเช้าได้มีการทานยาลดไข้ตามปรกติและเช้ดตัว
คุณแม่ได้พาน้อง ออมไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลภูมิพล
เพราะคิดว่าเป้นไข้ทั่วๆไป ครั้งแรกที่ไปคุณหมอตรวจไม่พบอาการอะไรจึง
ให้ยาตามปรกติแล้วกลับมาบ้าน น้องออมกลับมาบ้าน
และทานข้าวทานยาและนอนหลับไปตอน 1ทุ่ม
ก่อนนอน น้องออมบอกกับคุณแม่ว่า เดี๋ยวหายแล้วกลับบ้านเรานะแม่
(น้องออมมาเที่ยว และพักที่บ้านญาติแถวดอนเมือง)
ใครจะรู้ว่านั่นคือ คำพูดสุดท้ายก่อน ที่น้องออมจะหลับไปอย่างไม่มีวันกลับ


เช้าวันนั้นคุณแม่น้องออม มาปลุกตามปรกติแต่ลูกชายที่รักกลับนอนนิ่งไม่ยอมตื่น
ไม่แม้แต่ขยับ เปลือกตาอะไรเลยจึงได้นำสงโรงพยาบาลภูมิพลอีกครั้ง
และครั้งนี้พบว่าน้อง ออมมป่วยเป้นไข้สมองอักเสบ
หัวใจของคนเป้นแม่เจ็บปวด หัวมึนหมุนไปหมด
ญาติ ก็ทำอะไรไม่ถุกจึงได้โทรติดต่อคุณพ่อน้องออมซึ่งก็ติดภารกิจกว่าจะบินกลับก็ อีก 2วัน
ได้แต่ร้องไห้ร้องไห้และร้องไห้
และส่งข่าวคราวถึงรุ่นน้อง พองเพื่อนทุกๆคน ซึ่ง 1ในนั้นคือพี่xxxและตัวเราด้วย

ทุกคนรุดไปเยี่ยมน้องออม ภาพที่เห้น คือเด็กชายที่เคยวิ่งเล่นร่าเริงสมวัยกลับนอนนิ่ง
หน้าอกขยับ ขึ้นลงช้าๆ ตัวซีดขาว รอบตามีรอบดำคล้ำ
ปากแห้งแตก และมีผ้าพันไว้รอบหัว เพราะน้องออมมีอาการของสมองบวมเนื่งจาก
เชื้อร้ายตัวนี้มันเข้าไปทำลาย มันเข้าไปไวมาก และกินสมองน้องไปเรื่อยๆ
สมอง น้องจะบวมๆต้องผ่าเปิดกระโหลกเพื่อให้สมองด้ขยายตัว
แล้วใจของแม่ที่ไหน จะทานทนได้
ที่ต้องเห้นลุกที่เรารักเลี้ยงดูมา ไม่เคยให้เจ็บปวดต้องมา
โดน หมอเอามีดผ่าลงไปนหัวน้อยๆที่เคยหนุนตักนอน หนูจะทนได้สักเท่าไร ลูกจะเจ็บมากไหม
ซ้ำร้าย ที่โรงพยาบาล ยังบอกว่าเครื่องวัดความดันสมอง
ที่ คอยจับเวลาดุในแต่ละชั่วโมง แต่ละวินาที ว่าสมองน้องออม เกิดอะไรขึ้น
ซึ่ง ก็คือการจับดุนาทีชีวิตนาทีต่อนาทีนั่นเอง ของโรงพยาบาลนั้นมีแค่เครื่องเดียว


เครื่องเดียววววว....และ ถ้ามีคนป่วยเข้ามา
ก็ต้องถอดไอ้เครื่องนี้เพื่อไปเสียบคนอื่นแล้วลุกแม่ ล่ะ...จะเป้นยังงัย
เราทุกคนได้โทรติดต่อญาติๆ ที่ทำงานด้านโรงพยาบาลจนเราพบว่า (..อันนี้จำเลยนะคะ)
ว่าเครื่องมือที่ ว่าเนี่ย มีที่โรงพยาบาลเด็ก เท่านั้น
โรงพยาบาลเอกชนยังต้องมาเช่าจาก โรงพยาบาลเด็กไปเลย ตอนนี้
การรักษาเด็กที่โรงพยาบาลเด็กทันสมัยและดี ที่สุด (ในเคสหนัก)
มากกว่าโรงพยาบาลเอกชนทุกโรงเลยก้ว่าได้



แต่ไม่สามารถพาน้องย้ายไป ได้เนื่องจากน้องได้ทำการผ่าสมองที่นี่แล้ว
โอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิต มันมากเกินไป และได้ความรู้ใหม่จากคุณหมอด้วยว่า
เด็กคนไข้ที่เป้นไข้ สมองอักเสบนี่มากทีเดียวที่โรงพยาบาลเด็ก และมาจาก
ที่สวนน้ำแห่งนี้ ไม่น้อยกว่า 10ราย และเคสคล้ายกันคือ
ไปเล่นน้ำที่นี่แล้วเกิดติดเชื้อมา จากการสำลักน้ำ
จริงๆการติดเชื้อนี้เกิดได้หลายสาเหตุ แต่จากการสำลักน้ำนี่มากที่สุด
แต่ก้นะเด็กกับน้ำนี่ขาดกันไม่ได้ คุณหมอบอกว่าถ้าเลือกได้ให้เลือกสระน้ำเกลือ
เพราะจะมีความสะอาดกว่า ถึงจะไม่100%ก็เถอะ หากสระธรรมดา
ยิ่งสระตามโรงแรมที่พักใหญ่ๆ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงสูง
(พูดถึงสระใหญ่ ในสมองxxxxพุ้งปรี๊ดถึงโรงแรมดังไฮโซเลยนะเนี่ยแอบคิดแบบชั่วๆ
ให้ลูกคน รวยๆดังๆโดนมั่งจะได้ตื่นตัวกันสักที เพราะจะเอาอะไรมาประกันว่าลุกคนมีเงินมันจะไม่มีเชื้อโรคหึ ดูเป็นความคิดที่เลวเลยล่ะหึหึบอกแล้วหฤไม่ได้ดีไปทุกอย่างหรอก)



ต่อให้มีเครื่องบำบัดแต่ มันก็น้ำเก่านั่นเอง
มันไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคยิ่งที่ไหนกลิ่นคลอรีนเข้มๆ นี่ทำใจไว้ได้เลย
พยายามอย่าให้เด็กสำลักน้ำ
เป้นสำคัญ วัคซีนที่เราทุกคนไปฮีดๆกันน่ะ กันได้แค่ 50%เท่านั้น

และที่สำคัญที่สุดคือ เชื้อนี่มีในทุกที่ทุกแห่งและทุกเวลา
ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดตอนไหน จริงๆ ปะเหมาะเคราะห์ร้าย
เกิดมาจ๊ะตอนลูกเราไม่เต็มร้อย ก็เป้นแบบน้องออม


คุณแม่จึงต้อง ให้น้องออมอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลต่อไป
ต้องนั่งมองลูกชายตัวน้อยที่ หลับไหล
ผ่านกระจกต้องคอยหวังว่าจะไม่มีใครมาแบ่งเครื่องนี้จากน้องออม ไปใช้
และภาวนาว่าลูกชายจะตื่น และกลับบ้าน พร้อมกับแม่คนนี้ นาทีต่อนาทีที่เฝ้าภาวนา
จากนั้นคุณพ่อของน้องออมกลับมา
คุณพ่อน้อง ออมเป้นผู้ชายร่างใหญ่ที่ปล่อยโอร้องไห้แบบไม่อายใคร
ในนาทีที่รู้ว่า ไม่มีอะไรสามารถช่วยลูกชายได้นอกจาก ปาฏิหาร์ย
ถ้าปลดเครื่องช่วยหายใจ นั่นคือ ดวงใจดวงน้อยของพ่อก็จะจากไปไม่มีวันกลับ
งานการทีท่มเททำไปไม่ มีประโยชน์อะไรในตอนนี้



ทุกคนยื้อน้องออมสุดชีวิต ในทุกวีถีทางที่จะทำได้

ถ้า ตายแทนได้พี่ทำไปแล้ว


คำพูดจากปากคุณพ่อคุณ แม่น้องออม

และ

สุดท้ายน้องก็จากไปเวลา ตีสองT^T


รวดเร็วมากเชื้อร้ายนี้ ใช้เวลาเพียง 5วัน
คร่าชีวิตเด็กน้อยอายุ10ปี ก่อนที่สมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอยไปจากร่างอันเป้นสุดที่รัก
คุณแม่น้องออม ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ
ร้องจนเป้นลมฟื้นขึ้นมาก็ร้องใหม่ ร้องจนแทบขาดใจ
ส่วนคุณพ่อ ไม่มีน้ำตาเพราะมันตกในไปหมดแล้ว
มันไหลตก อยู่ในใจอย่างเจ็บปวด สวมกอดร่างน้อยๆที่เคยวิ่งเล่นที่เคยพูดคุย
ที่ เป็นแก้วตาดวงใจ และจูบเบาๆที่หน้าผากและบอกกับน้องออมว่า
แม่+พ่อรัก หนูนะลุก.. และนั่งดูหัวใจค่อยๆลด ค่อยๆลด ไปทีละกราฟ
สิ่งที่ใจหายที่ สุดคือไม่มีแม้แต่บอกลาสักคำเดียว
ไม่มีใครคิดว่าการหลับตอน 1ทุ่มตอนนั้นจะเป้นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นน้องออมหายใจ
ไม่มีลางบอกเหตุ ไม่มีอะไรเลย ....


RIP น้องออมสิน


เราได้ไปร่วมงานศพของน้อง ที่สัตหีบเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
บรรยากาศเศร้าสลดไปหมด เราไม่สามารถไปรดน้ำน้องได้
กลัวจะร้องไห้ แล้วจะยิ่งทำให้บรรยากาศแย่ไปกันใหญ่
ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของคุณแม่ น้องออมยิ่งนาทีที่เอาใส่โลงนะ

เสียงเหมือนจะขาด ใจ.............. เราได้มีโอกาสเข้าไปคุยกับพี่เค้าก่อนกลับหลังสวดเสร็จ
พี่ เค้าทำเอาเราน้ำตาแตกจนได้ กับการที่พี่เค้า
เดินไปเคาะที่โลงน้องออม แล้วบอกว่า

หนูได้กลับบ้านแล้ว. ลูกจ๋า กลับบ้านเราเถอะนะลูก ... ...

RIP น้องออมสิน


หลับให้สบายนะหลานน้า....

และทุกคน.....เสียใจ จนถึงทุกวันนี้



เราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับสวนน้ำแห่งนี้ แต่เราไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดกับใคร
รบกวนคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ ท่าน ช่วยกันบอกๆ ต่อกันเยอะๆ นะคะ

ข้อแก้ไขข้อมูลส่วนตัว และไดส่วนตัวออกก่อนนะคะ
เกรงว่าจะไปกระทบกระเทือนหลายฝ่ายค่ะ
ต้องขออภัยด้วยค่ะ

 

อันนี้เป็นข่าวใน ไทยรัฐ  คิดว่าน่าสนใจเลยเอามาแปะให้อ่านค่ะ  ^^


ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ ประธานชมรมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤติในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็กๆ พ่อแม่และผู้ปกครองมักพาลูกๆไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล หรือน้ำตก ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงทำให้การเล่นน้ำเป็นสิ่งที่เด็กๆชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่พ่อแม่ต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพราะการเล่นน้ำก็มีอันตรายที่น่ากลัวซ่อนอยู่เช่นกัน เนื่องจากอาจเกิดการสำลักน้ำได้ ยิ่งการเล่นน้ำในบ่อธรรมชาติ หรือคลองธรรมชาติ ยิ่งอันตรายเพราะมักจะมีเชื้อโรคต่างๆอาศัยอยู่มากมาย หากเด็กเกิดการสำลักน้ำเข้าไปจะทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่ปอดได้โดยตรง  หรือการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะในโพรงจมูกของคนเรายังมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ด้วย เช่น เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ซึ่งเชื้อ ดังกล่าวอาศัยอยู่ในเยื่อบุโพรงจมูก และลำคอของคนเรา กรณีสำลักน้ำและเยื่อบุโพรงจมูกเกิดอาการระคายเคืองอาจทำให้เชื้อดังกล่าวรุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย และก่อให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะต่างๆ เช่น โรคปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของเด็กเล็กทั่วโลกกว่าปีละ 2 ล้านคน โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อใน กระแสเลือด รวมทั้งโรคหูน้ำหนวก

ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ผู้ปกครองตื่นตระหนกจนเกินไปกับเชื้อโรคตัวนี้ แต่ก็ไม่อยากให้มองข้ามหรือละเลย เพราะโรคติดเชื้อไอพีดีในเด็กนี้ ถ้าเป็นแล้วหากรักษาไม่ทันท่วงทีก็มีโอกาสที่เด็กจะเกิดความพิการ และบางรายถึงกับเสียชีวิตได้ และระยะการดำเนินของโรคมีบางครั้งสั้นมากใช้เวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลและสังเกตลูกน้อยอย่างใกล้ชิด และหากเด็กตัวร้อน ไข้ขึ้นสูง ทานยาลดไข้และเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดลง งอแงและซึมสลับกันไป ไม่กินอาหาร ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน ทั้งนี้ เมื่อลูกน้อยเล่นน้ำเสร็จ ควรเช็ดตัวและเช็ดผมให้แห้ง และใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น

ในส่วนของการป้องกันโรคติดเชื้อไอพีดีพื้นฐาน นอกเหนือจากการให้ทารกดื่มนมแม่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ การล้างมืออย่างถูกวิธี รักษาสุขอนามัยเป็นประจำ ตลอดจนการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ติดเชื้อได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสแล้ว ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบทุกคนฉีดวัคซีนไอพีดี.
==============================

จากคุณ

: สาวผมสั้น


     Share

<< สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป แค่อ่านก็ได้บุญเกลียดคนอื่นตัวเองนั่นแหละจะเป็นทุกข์ >>

Posted on Tue 27 Apr 2010 9:44

 

 
  
 




kiwikiwi
น้องอ้อแอ้
namhomm
P' Oy
P' Ji & JJ
Nong Ploy
Nong Som
Data
Nong Jeab
Tomdome


เกลียดคนอื่นตัวเองนั่นแหละจะเป็นทุกข์
RIP น้องออม จากเหตุที่คาดไม่ถึง
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป แค่อ่านก็ได้บุญ
ขยะ... ที่อยู่ในใจ
หากเลือกได้อย่าทำ หากมีความจำเป็นก็ค่อยมาคิดกัน
เรื่องของกรรม
his math and reading above average
Hope it's not too late..
มีสิ่งดีๆมาฝาก
youaremysunshine and her new baby girl Sangkamol
Hello fall ~ miss you all ~
Lizzy's 1st Birthday~part 1
Satisfied ^^
9-9-9 / 100 years / สุขสุดๆไม่ย๊าก ไม่ยาก
Abigale 1st Birthday Party at Spencer Creek Park
ทนแรงเชียร์ไม่ไหว อิอิ
บุญ/บาปทางอินเทอร์เน็ต (ดังตฤณ) + ผักที่ปลูก
last couple of days / รูปเฉพาะกิจ
Yes I can handle it
ขอบคุณจากไดหน้าที่แล้วค่ะ + horify moment
เมื่อเรื่องราวของเราได้ลงนิตยสาร Modernmom Aug'09 / Happy 6th Birthday to Justin 30th & me 31st of July ^^



Comments




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn